สินทรัพย์เทรด

โลหะภัณฑ์

กลุ่มสินทรัพย์นี้ประกอบด้วยโลหะมีค่า เช่น ทองคำและเงิน และโลหะเพื่อการอุตสาหกรรม เช่น ทองแดง มักถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์รักษามูลค่า ป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อ หรือเป็นช่องทางในการกระจายพอร์ตการลงทุน

ราคาโลหะภัณฑ์ได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

อุปสงค์และอุปทาน โลหะเพื่อการอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบอย่างสูงจากความต้องการด้านการผลิตและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ความต้องการด้านอุตสาหกรรมที่มีมากขึ้นจะเพิ่มมูลค่าให้กับโลหะเพื่อการอุตสาหกรรม ในขณะเดียวกัน หากอุปทานมีมากเกินจะกดให้ราคาต่ำลง

ตัวบ่งชี้ด้านเศรษฐกิจ โลหะมีค่าได้รับแรงหนุนจากภาวะเศรษฐกิจโลก รวมถึงอัตราเงินเฟ้อ การเติบโตทางเศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นของนักลงทุน ในช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอน นักลงทุนใช้ทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ส่งผลให้อุปสงค์และราคาเพิ่มขึ้นด้วย

ความผันผวนของสกุลเงิน โลหะภัณฑ์ส่วนมากมีราคาในสกุลเงิน USD เงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงทำให้โลหะราคาถูกสำหรับนักลงทุนต่างชาติซึ่งขับเคลื่อนอุปสงค์และราคาให้สูงขึ้น ในทางกลับกัน เงินดอลลาร์ที่แข็งแกร่งขึ้นอาจลดอุปสงค์และทำให้ราคาตก

เหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์และอัตราดอกเบี้ย ความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์และการเปลี่ยนแปลงนโยบายของธนาคารกลางสามารถทำให้โลหะมีความน่าสนใจมากขึ้นสำหรับนักลงทุน ตัวอย่างเช่น อัตราดอกเบี้ยที่ลดลงหรือความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์มักจะกระตุ้นความสนใจของโลหะ เช่น ทองคำ

เคล็ดลับสำหรับนักเทรด:

ใช้โลหะมีค่าเป็นเครื่องป้องกันความเสี่ยง โลหะมีค่าจะช่วยปกป้องพอร์ตโฟลิโอคุณในช่วงเวลาภาวะเงินเฟ้อหรือความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

เรียนรู้ตัวการสำคัญในการขับเคลื่อนราคา ตระหนักรู้อยู่เสมอว่าอุปสงค์ของอุตสาหกรรม แนวโน้มทางเศรษฐกิจ และเหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์มีผลกระทบต่อราคาของโลหะแต่ละชนิดอย่างไร

คอยติดตามอารมณ์ของตลาด การรับรู้อารมณ์ของตลาดไปพร้อม ๆ กับตัวบ่งชี้ทางเศรษฐกิจจะช่วยให้คุณสามารถคาดการณ์การเคลื่อนไหวของราคาได้

วิเคราะห์กราฟราคาและรูปแบบกราฟเพื่อหาจุดที่ดีที่สุดในการเข้าและออกจากคำสั่งเทรดของคุณ